top of page

การเลือกผ้าม่านแต่ละห้องแตกต่างกันอย่างไร?

การเลือกผ้าม่านห้องรับแขก

ห้องรับแขกเป็นห้องที่ใช้งานบ่อยมากที่สุด และเป็นห้องที่ต้องใช้ต้อนรับแขกหรือผู้มาติดต่อเยี่ยมเยือน การตกแต่งที่สวยงามลงตัว ยังเป็นการบ่งบอกถึงรสนิยมของเจ้าบ้านในการมีแนวคิดตกแต่ง ก็คงต้องเน้นให้มากเป็นพิเศษ


เราสามารถเลือกผ้าม่านที่มีลายบ้างได้ และสีของผ้าม่านก็อาจเข้มขึ้นมาตามบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมเช่นถ้าห้องที่กว้างและสูงโปร่ง มีการจัดวางเฟอร์เจอร์ไม่แน่นมาก ก็ไม่มีปัญหาสำหรับการใช้ผ้าม่านที่มีโทนสีเข้มหรือแบบที่มีลาย


แต่ถ้าห้องแคบโดยเฉพาะบ้านเดี่ยวหลังเล็ก หรือเทาว์เฮาส์ ก็ต้องดูที่ความเหมาะสม ลองจินนาการตอนที่ผ้าม่านเสร็จเรียบร้อยว่าจะออกมาในลักษณะใด ข้อสำคัญต้องไม่ลืมว่าผ้าม่านนั้นไม่ได้สวยอยู่ที่ลายผ้า ผ้าม่านจะสวยที่รูปแบบดังที่กล่าวมาข้างต้น


นอกจากการเลือกใช้โทนสีที่เหมาะสมแล้ว สำหรับผ้าม่านหัองรับแขก เราก็อาจตกแต่งเพิ่มลายละเอียด ให้ดูสวยงาม มีสีสัน เด่น สดุดตา โดยการเติมลูกเล่นให้กับผ้าม่าน อาจเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งเช่น ตะขอและสายรวบม่านที่มีให้เลือกในรูปแบบต่างๆ ภู่ ระบาย ชายครุย เกรียวเชือก หรือการตัดสีของผ้าที่เรียกว่าทูโทน ซึ่งตรงนี้อาจต้องสรรหารูปแบบหรือตัวอย่างจากแหล่งที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นตัวช่วยแนวคิดอีกทางเพื่อให้ได้ม่านที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด



เมื่อได้ผ้าม่านทึบนอกจากรูปแบบและสีผ้าม่านที่พอใจแล้ว จะให้ดีให้สวย ควรมีผ้าโปร่ง เพื่อให้ได้บรรยากาศของความนุ่มนวล สวยงาม เพิ่มบรรยากาศให้น่าอยู่ ความสำคัญอีกอย่างของม่านโปร่ง คือช่วยบังสายตาจากคนภายนอก ในขณะที่เราเปิดม่านทึบเพื่อรับแสงกลางวัน ผ้าโปร่งที่ใช้ควรเป็นสีขาวหรือออฟไวท์ เพราะถ้าใช้สีเข้มหรือสีเดียวกับตัวผ้าม่านจะดูไม่เหมาะ (สีออฟไวท์จะช่วยลดแสงทำให้เกิดความนุ่มนวลสบายตา ให้นึกสีของหลอดไฟ ระหว่างเดย์ไลท์ กับวอมไวท์)



การเลือกผ้าม่านห้องนอน

ห้องนอนก็เป็นอีกห้องที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะห้องนอนนอกจากความสำคัญใจเรื่องของการกันแสง และปิดบังสายตา ยังตัองรักษาความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษ และความสำคัญอีกอย่าง ยังช่วยเสริมสร้างทำให้บรรยากาศโรแมนติก ทำให้คืนพักผ่อนมีคุณภาพ ปราศจากความวุ่นวายจากโลกภายนอก หลังจากที่เหน็จเหนื่อยจากการทำงาน เราต้องใช้ห้องนอนเพื่อการฟื้นพลังที่ศูนย์เสียจากการทำงาน และต้องเตรียมตัวต่อสู่กับการทำงานในวันต่อไป



ห้องนอนที่สวยงาม การตกแต่งที่ลงตัว มีส่วนช่วยทำให้การพักกผ่อนมีคุณภาพมากขึ้น การเลือกผ้าม่านสำหรับห้องนอน ซึ่งเป็นห้องส่วนตัว สามารถเลือกสไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแบบผ้าม่านหรือเลือกสี ให้เลือกที่เราชอบเป็นอันดับแรก สีที่ถูกโฉลกกับเรา ด้วยห้องนอนถือเป็นห้องส่วนตัวเป็นตัวเราจริงๆ สามารถสร้างความเป็นตัวและแสดงความเป็นตัวตนของเราได้อย่างเต็มที่ สามารถแต่งเติม เสริมบรรยากาศตามจินตนาการของเรา โทนสีหรือรูปแบบไม่มีข้อจำกัด ขึ้นอยู่ที่ความชอบ ชอบแบบไหนทำแบบนั้น อย่างที่เรียกว่าไลฟ์สไตล์


ที่สำคัญถ้าให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น ควรใช้ผ้ากันแสงอีกชั้นหนึ่งที่เรียกว่า แบล็คเอาท์ ใช้กันแสงและสะท้อนความร้อนที่เข้ามารบกวนขณะพักผ่อน หรือไม่ก็ใช้ ม่านพับ,ม่านม้วน ก็สามารถกันแสงก็ได้เช่นกัน วัสดุบางตัวสามารถกันแสงได้ถึง 100 % และม่านทั้งสองอย่างนี้ สามารถซ่อนเข้าไปภายในผ้าม่านหลักได้โดยไม่กินพื้นที่ เปิดปิดได้ง่าย สะดวกในการใช้งาน


การเลือกผ้าม่านห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่น อาจใช้สีโทนสดใส เช่น วนิลา ฟ้า โอโรส ก็ได้ แต่ต้องดู้ความเหมาะสมด้วยว่า ถ้าใช้สีต่างกันกับห้องอื่นมาก เมื่อมองดูจากภายนอกบ้าน ภาพรวมอาจดูไม่เหมาะเนื่องจากความแตกต่างของสีผ้าม่าน อาจเป็นสาเหตุทำให้ภาพรวมของบ้าน เมื่อมองจากภายนอกความสวยงามของบ้านอาจลดลง ผ้าม่านนอกจากโชว์ภายในแล้วเมื่อมองจากภายนอกก็ต้องดูดีเข้ากันและไปกันได้ด้วย แต่ถ้าจะใช้สีต่างกันก็ต้องดูว่าห้องนั้นอยู่ส่วนไหนของบ้าน ถ้ามองไม่เห็นจากหน้าบ้าน ก็ไม่น่ามีปัญหา สามารถทำได้เช่นกัน


การเลือกผ้าม่าน ห้องหนังสือ ห้องทำงาน

ห้องหนังหรือห้องทำงาน ควรเป็นผ้าพื้นสีเท่านั้น แต่ถ้าจะมีลายก็ขอให้เป็นลายผ้าที่เล็กๆ ไม่เด่นสสุดตา สีของผ้าก็ควรให้เข้ากับสีภายใน ส่วนรูปแบบก็ให้เป็นแบบที่เรียบง่ายมากที่สุด เช่นผ้าม่านจีบ ผ้าม่านพับ หรือม่านตาไก่ เพราะบรรยากาศห้องดังกล่าวเป็นห้องที่ต้องการใช้ความสงบเพื่อความคิดหรือสมาธิในการอ่านหนังสือหรือทำงาน

หรือถ้าไม่เป็นผ้าม่านอาจใช้เป็นมู่ลี่ หรือม่านปรับแสงก็ได้ ทั้งสองอย่างมีแบบและวัสดุให้เลือกหลายอย่าง ทั้งไม้ อลูมิเนียม พลาสติก ผ้าสังเคราะห์ โดยมีโทนสีต่างๆให้เลือกเพื่อให้เข้ากับผ้าม่านในห้องอื่นๆได้เช่นกัน เหตุผลที่ต้องเป็นม่านปรับแสงหรือมู่ลี่เนื่องจาก ทั้งม่านสองอย่างนี้คุณลักษณะคือตัวใบหรือตัววัสดุจะเป็นแนวนอนและแนวตั้งเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ดูราบเรียบ ไม่มีความดึงดูดความสนใจ ตรงนี้จะทำให้อารมย์ความรู้สึกจะสงบ ไม่กระทบในการอ่านหนังสือและการการใช้ความคิด และสะดวกเมื่อต้องการเพิ่มหรือ ลดแสง โดยสามารถปรับแสง เมื่อต้องการลดหรือเพิ่มแสงได้


การเลือกผ้าม่าน ห้องอาหาร

ผ้าม่านห้องอาหาร สามารถใช้สีที่สดได้ เช่นสีส้ม สีเขียว สีเหลือง หรือสีที่เราชอบ แต่อย่างไรก็ควรให้เข้ากับสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ หรืออย่างน้อยให้ออกโทนใกล้เคียงกันกับภายในห้อง เพื่อไม่ให้ผ้าม่านฉีกออกมามากนัก การใช้สีสดในห้องอาหารโดยเฉพาะสีส้ม สามารถดึงดูดความสนใจ เป็นการกระตุ้นอารมณ์ ทำให้เราเพลิดเพลินในการรับประทานอาหาร



การเลือกผ้าม่าน ห้องครัว

ควรทำเป็นม่านโปร่ง หรือผ้าโปร่งแสง ด้วยห้องครัวเป็นหัองที่ต้องการแสงสว่างและความปลอดโปร่ง อีกทั้งเพื่อการระบายอากาศที่ดี รูปแบบควรใช้เป็นผ้าม่านโปร่ง รางแป๊บกลมเล็ก ติดตั้งเปิดบังส่วนที่จำเป็น อาจทำแค่ครึ่งหน้าต่างลงมา แต่ต้องไม่ไกล้ความร้อนจากเตา ไม่ควรใช้มู่ลี่ทั้งไม้และอลูมิเนียม เพราะว่าเมื่อมีไอระเหยจากการปรุงอาหาร โดยเฉพาะไอน้ำมัน จะจับและสะสม จะยากต่อการทำความสะอาด แนะนำให้เลือกผ้าม่านโปร่งรางแป๊ป เพราะผ้าม่านโปรงรางแป๊บ สามารถถอดทำความสะอาดได้ง่ายกว่า สะดวกกว่า ไม่ยุ่งยาก ปิดบังสายตาได้ อากาศถ่ายเทได้ดี


สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง inbox หรือ Homework fabrics 02-810-8091

📌สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

📲IG:https://bit.ly/2FzAXPq

📲Line@ :https://bit.ly/39Sk9Bi

ดู 64 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page